Posted by wisanu on Nov 4, '07 12:09 PM for everyone

ว่าจะโม้มาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาสักที หุหุหุ เรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ที่ผ่านมานี้ที่บริษัทร่วมกับการท่าเรือให้ไปบริจาคเลือดกัน ด้วยที่เป็นคนใจบุญอยู่แล้ว (สร้างภาพฮะ ^-^) ก็เลยไปบริจาคสักหน่อย ก็เลยชวยพี่ที่แผนกไปด้วย ก็เลยออกจากบริษัทไปกันเองตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปที่การท่าเรือ ด้วยที่ไปค่อนข้างเร็วก็เลยยังไม่ค่อยมีคนมากนัก จึงถึงคิวเร็วหน่อย ก็ไปกันเองแค่ 3 คนก็เสร็จประมาณ 9.30 น. แต่ว่ารถบริษัทยังไม่โผล่มาเลย พอดีมีตลาดนัดอยู่ข้างๆพอดีก็เลยเดินไปดูสักนิด ก็ผลปรากฏว่าได้เสื้อยืดมาตัวหนึ่ง แหะๆๆ พี่ที่มาด้วยกันก็แจ้งข่าวดีว่ามีลีวายมาจัดบูทลดราคาปลายปีที่ฝั่งตรงข้ามถนนพอดี ก็เลยแวะไปดูสักหน่อย ไปถึงก็โอ้โห คนช่างมหาศาลอะไรเยี่ยงนี้ มีเข้าคิวกันด้วยเพราะมันยังไม่เปิดนี่สิ กว่าจะเปิดก็ 10.30 โน่นเลยอ่ะ ก็ไหนๆก็มากันแล้วก็รอสักหน่อย งานการไม่ต้องทำกันแล้ว 555 พอได้เวลาเข้าไปแล้วก็หมดอารมณ์ช๊อปปิ้งเลย คนเยอะมาก แย่งกันใหญ่เลย บางคนก็เหมายกถาดเลย ก็มันถูกจริงๆ จาก 2000 ลดเหลือ 600-700 บาท คงกะเอาไปขายเก็งกำไร ด้วยเหตุที่คนเยอะนี่แหละก็เลยไม่ได้อะไรติดมือมาเลย เดินก็ลำบาก ร้อนก็ร้อน ก็เลยมานั่งรออยู่ด้านนอก สักพักพี่ๆที่ไปด้วยก็เดินออกมากัน ได้คนละ 3-4 ตัว ดูเวลา 11 โมงแล้วจ้า งานยังไม่ได้แตะสักนิดส์ตั้งแต่เช้าก็เลยกลับกันดีกว่า เดี๋ยวโดนหัวหน้าเฉ่งเอา

กลับมาถึงบริษัทแล้วครับ ก็สร้างภาพต่อ นั่งทำงานสักหน่อย แป๊บๆก็เที่ยงแล้ว เพื่อนๆก็ชวนออกนอกบริษัทอีกแล้ว (ปกติถ้าเป็นพนักงานทั่วไปจะออกไปข้างนอกไม่ได้ แต่แผนก IT หน้ามึนใช้สิทธิพิเศษ อิอิ) ไหนๆก็ไหนๆ ไปก็ไปครับ อู้ทั้งวัน แหะๆๆ ไปร้านขนมจีนสดก็อร่อยดีนะแต่ว่ามาแพงจังอ่ะ ก้อนละ 10 บาท ก้อนหนึ่งก็คำเดียวพอดีๆ ก็เลยกินไป 5 ก้อน กล้วไม่อิ่มหง่ะ หลังจากพุงกางแล้วก็กลับไปทำงานดีกว่า บ่ายโมงครึ่ง แหะๆๆ ใช้เวลาคุ้มจริงๆเลยวันนี้

5.30 น. เลิกงานงานแล้วเย้... วันนี้ทำไมมีกิจกรรมให้ทำเยอะจังนะ ไปเที่ยวงานเครือสหพัฒอีกแล้ว รถติดมาก เพราะเป็นช่วงเลิกงานด้วย แล้วคนไปเดินช๊อปปิ้งด้วย กว่าจะเข้าไปถึงงานก็เกือบทุ่มครึ่งแล้วครับ งานมันใหญ่มากเดินเลือกซื้อของซะเมื่อยเลย ก็ของมันมีหลากหลายมาก จนไม่รู้ว่าจะซืออะไรดี เดินซะนานเมื่อยก็เมื่อย ได้เสื้อกับถุงเท้ามาบานเลย ถุงเท้าคุณภาพดีแต่ราคาแค่ 15 บาท แต่เพื่อนๆนี่สิได้คนละ 4-5 ถุงเลยครับ กลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน เที่ยงคืนพอดีเลยครับ หุหุหุ ด้วยความขยันพอมาถึงบ้านก็ซักผ้าเสียหน่อย โหะๆๆ อะไรจะซวยอย่างนี้ปั้มน้ำไม่ค่อยดีติดๆดับๆ กว่าจะซักเสร็จตี 3 อ่ะเซ็งชมัด ที่รีบซักผ้าก็เพราะว่าวันรุ่งขึ้นต้องไปกทม ไปเดินดูงานคอมมาร์ทสักหน่อย  นัดเพื่อนไว้ตอนบ่ายโมงที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

ตื่นแต่เช้าเลย 9 โมงครึ่งอาบน้ำอาบท่าต้องรีบแล้วกลัวไปไม่ทันเพื่อนอ่ะ เดี๋ยวโดนมันด่า 555 นั่งรถไปนี่หลับตลอดทางเลย ก็มันนอนน้อยนี่นา พักเอาแรงสักหน่อย มาถึงเซนทรัลก็สายไป 10 นาที ก็เลยไปหาอะไรกินรองท้องหน่อย เสร็จสัพก็เดินทางต่อไปศูนย์ประชุมสิริกิจ คนเยอะมากเหมือนดังเช่นทุกปี แต่วันนี้เหนื่อยล้าเป็นพิเศษ เพราะเดินมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เดินซะรอบงานเลย ดูแต่กล้องอย่างเดียววนไปเวียนมาอยู่นั่นแหละ เลือกซะนานก็มาจบที่ Olympus e510 หง่ะ จริงๆแล้วก็เล็งไว้ตั้งแต่ทีแรกแล้วหล่ะ เพียงแต่เลือกว่าร้านไหนให้ของแถมและราคาดีกว่ากัน เรื่องมากจริงๆนะเราเนี่ย หุหุหุ ใช้ก็ยังไม่เป็นเลย DSLR ตัวแรกของผม ที่เลือกรุ่นนี้เพราะว่าฟังก์ชั่นมันเยอะดี และก็เลนส์คิท ทีคุณภาพดีกว่าเลนส์คิททั่วๆไป ก็เท่านั้นแหละ ด้วยเหตุที่ว่าไม่เคยใช้ DSLR มาก่อนก็ไม่ซีเรียสว่ารุ่นนี้จะใช้ยากหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะซื้อรุ่นไหนก็ต้องมาศึกษาใหม่หมดอยู่ดี เสร็จก็ทุ่มกว่าเลยไปหาอะไรกินกันหน่อย แล้วก็กลับบ้านไปลองกล้องใหม่ แบบว่าเห่ออ่ะ แต่ว่ายังใช้ไม่เป็นหง่ะ อิอิ ขอเวลาศึกษาหน่อย ถ้าคล่องเมื่อไหร่ ก็จะไปเก็บภาพมาฝากกันนะครับ


Posted by wisanu on Oct 26, '07 12:52 PM for everyone
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ซึ่งดูเหมือนว่าไม่มีอะไร ฝนตกปรอยๆ ทั้งเช้า และบ่าย และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เหตุเกิดตอนบ่ายหลังฝนตก วันนี้มองไปที่หน้าต่างก็เกิดประหลาดใจ เอ๊ะ อะไรกันเนี่ย ที่ชลบุรีมีทะเลหมอกด้วยเหรอเนี่ยแถมยังหนามากๆด้วย อิอิ ชื่นชมไม่ถึงนาที หัวหน้าก็วิ่งหน้าตาตื่นมาเลย บอกให้ปิดประตูหน้าต่าง แล้วก็ปิดแอร์ด้วย เราก็งงว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่แกก็บอกว่าบริษัท JWD ที่อยู่ข้างๆอ่ะ เกิดมีสารพิษรั่วไหล เป็นสารจำพวกออกซิไดซ์ ที่ก่อให้เกิดการระคายเคีองถ้ามีปริมาณมากๆ ก็อาจจะทำให้ผิวหนังไหม้ได้ ไอ้เราก็อุตส่าห์ยืนชื่นชมซะนาน เกือบตายโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว 555 แต่มันเหมือนหมอกมากๆ แต่กลิ่นอ่ะ เหม็นสุดยอด ความซวยบังเกิดก็ไอ้ตรงงที่ลมมันพัดมาทางบริษัทเรานี่แหละ โดนเต็มๆ ก็เลยออกอาการคันนิดๆ เพราะว่าต้นตอมันก็อยู่ห่างจากเราพอสมควรประมาณ เกือบ 1 กิโลเมตร ก็เลยโชคดีไปที่มันเจือจางไปมาก ซักประมาณครึ่งชั่วโมงได้การท่าเรือก็ประกาศว่าควบคุมสารพิษได้แล้ว เห้อ...โล่งอกไปซะที แต่ว่าก็อุตส่าห์ได้อู้งานตั้งนานเพราะมัวแต่ยืนวิจารณ์สถานะการอยู่ อิอิ หัวหน้าก็ไล่กลับไปทำงานซะงั้น หุหุหุ แต่ก็ยังหน้ามึนทำเนียนไม่ได้ยิน รู้สึกว่าสันหลังยาวจริงๆ แต่ถ้าเป็นสารเคมีอย่างอื่นนี่คงน่ากลัวนะเพราะว่ากว่าจะควบคุมได้มันก็แพร่ไปเป็นกิโล สงสารก็แต่คนที่อยู่ใกล้ๆที่เกิดเหตุนะ คงเดือดร้อนน่าดู แต่ผมก็ยังมีชีวิตอยู่ 555

Posted by wisanu on Oct 21, '07 11:00 PM for everyone

คริๆๆ ไม่มีอารายจะทำแบบว่าว่างอ่ะ ก็เลยไปหาเรื่องใช้เงินเสียหน่อย ว่าแล้วก็โทรชวนบรรดาสาวกทั้งหลายมารวมก๊วนกัน ก็เป็นผลปรากฏว่าได้สมาชิก เบ็ดเสร็จแล้ว 8 ท่านเรื่องการหาสมาชิกนั้นมิใช่เรื่องยากอันได้ แต่เลือกร้านนี่ดิเลือกกันเป็นชั่วโมง บางคนก็อยากไปซอย4 บางคนก็อยากไปโรงเบียร์ บางคนก็อยากร้องเกะ ก็ตีกันอยู่พักหนึ่ง ถึงได้สรุปว่า ใบไม้ร่าเริงกันดีกว่า ก็เลยโทรไปจองร้านซะ แต่ก็โทรไปตอน 6 โมงครึ่งแล้วหละ ก็เลยเหลือแต่ห้องใหญ่ๆ สรุปแล้วก็จองไป ห้อง 17 คน มีกันแค่ 8 คน ก็คงไปนอนกันคนละมุมห้องละนะ หุหุหุ แต่ว่าท่าทางอาหารคงจะแพง ก็เลยไปกินข้าวราดแกงกันก่อนดีกว่า ประหยัดดี อิอิ ก็ฉานเป็นคนจ่ายนี่นา มันก็ต้องควบคุมงบประมาณกันนิดส์หนึ่ง เดี๋ยวจะบานปลาย หลังจากอิ่มกันแล้ว (หรือว่าเราอิ่มคนเดียวหว่า) ก็ออกเดินทางกันทันที ไปถึงร้านก็ทุ่มครึ่งพอดี ก็เปิดงานด้วย paradox หุหุหุ คอแทบจะแตก นึกว่าจะได้พัก ปรากฏว่ามันเลือกกันมาเกือบทั้งอัลบัม 5555 หมดเสียงตั้งแต่ชุดแรกเลยตู ก็เลยสั่งเบียร์มาล้างคอเสียหน่อย แต่ว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไอ้พวกเจ้าผีปอบทั้งหลาย มันอดอยากมาจากไหนก็ไม่รู้ สั่งอาหารกันเป็นกองทัพเลย   T-T แอบเหลือบดูงบประมาณสักนิดส์ ก็ยังพอมีแหละวะ ถ้าไม่พอก็ให้พวกมันนี่แหละช่วยชำระซะให้เข็ด พอเริ่มเมากันก็เริ่มคึก มันขุดเพลงตั้งแต่สมัยไหนมาก็ไม่รู้ แถมยังแหกปากกันซะ หูจะแตก เหลือบดูนาฬิกา ก็เพิ่งจา 5 ทุ่ม อารายวะเนี่ยกว่าจะเลิกก็ตีหนึ่งอ่ะ ถ้าขืนฟังแนวๆนี้ต่อไปหูพิการแหง๋มๆ ก็เลยให้พวกผู้หญิงร้องบ้างจะได้ ซอฟต์ๆหูซะหน่อย ร้องได้ไม่กี่เพลง พวกขี้เมามันก็มาอีกแล้ว เราก็เลยเอาไงเอากันวะ ไปตามน้ำกับมันก็ได้วะ 5555 ก็เลยกลายเป็นหัวโจกเสียเอง ดูเวลา ทำไมตีหนึ่งไวจัง  อิอิ ก็ชวนลูกสมุนกลับบ้านกลับช่องกัน ไปถึงก็แยกย้ายกันอาบน้ำอาบท่า ก็เข้านอนตามระเบียบ ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงซะแล้ว ส่วนไอ้พวกขี้เกียจมานไม่ตื่นกันสักตัว ก็เลยไล่ปลุกรายตัวเลย แบบว่าหิวข้าวอ่ะ (ที่ผมตื่นนี่ก็คงเพราะหิวกระมัง) วันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษก็เลยไปเช่าหนังตลกมาดูกัน จนกระทั่งเย็นก็เลยต้องขอตัวกลับบ้านนอก อิอิ เพราะวันจันทร์ต้องทำงาน


Posted by wisanu on Oct 7, '07 11:59 PM for everyone
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสอบวิชา ITPM (Information Technology Project Management) ปรากฎว่า..... ทำไม่ค่อยได้ตามเคย แบบว่ามันบรรยายไม่ถูกอ่ะ รู้ว่าจะต้องตอบอะไรแต่ขยายความไม่เป็น หุหุหุ อาจารย์เดินมาดูรายคนเลย พอมาถึงเรา อาจารย์ถึงกับอึ้ง... แล้วก็หันมาบอกว่า "อ่านโจทย์ให้ดีนะว่าครูถามอะไรวิษณุ" อิอิ ก็แหมๆ อาจารย์บอกว่าจงอภิปราย เราก็ใส่ใหญ่เลย อภิปรายเต็มที่โดยมีเค้าของหลักการนิดหนึ่ง ที่เหลือโม้แหลก แบบว่าคิดไรออกที่คาดว่ามันคุ้นๆก็เขียนไปเลยกลัวเสียเวลา อยากน้อยอาจารย์อาจจะเห็นใจกับความพยายาม(อันน้อยนิด)ก็เป็นได้ แต่ที่ทรมาณที่สุดนี่ก็หิวข้าวนี่แหละ แบบว่าตื่นสายอ่ะเลยไม่ได้กินข้าวมาก่อน จริงๆแล้วก็ตื่นแต่เช้านะ แต่มันเช้าเกินไปก็เลยนอนต่อแต่หลับเพลินไปหน่อย โชคดีที่ว่ามีลูกค้าโทรมาพอดีตอน 8.30 เราก็รีบๆคุยรีบๆวางสาย วิ่งสู้ฟัดไปอาบน้ำแต่งตัวทันทีก็มันสอบ 9.00 นี่นา จะไม่ให้รีบได้อย่างไร ไปเกือบไม่ทัน ระหว่างทำข้อสอบท้องมันก็ร้องแล้วร้องอีก "ใจจะขาดแล้วเอย...........อิอิ" พอใกล้เที่ยงก็รีบปั่นเต็มที่ กะว่าทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นแหละ เอาแค่ผ่านก็พอ ไม่ต้องถึงกับได้เต็มหรอก หุหุหุ (ฝันเอา) อาจารย์ก็มาเดินดูอีกรอบ แล้วอาจารย์ก็เอ่ยวาจา ดั่งสายฟ้าฟาดอีกครั้ง "เอ่อ... เท่าที่ครูดูมีหลายคนที่ยังเหลืออีกเยอะ งั้นต่อเวลาให้อีกครึ่งชั่วโมงก็แล้วกัน" เศร้าเลยตู กะว่าจะได้กินข้าวซะที ต้องมานั่งทนหิวต่ออีกแล้ว ไอ้จะลุกไปส่งเลยก็กลัวอาจารย์ด่าเพราะว่าทำไม่เสร็จ ก็เลยนั่งทำต่อไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความหิว ตาก็เลยลายคิดอะไรไม่ออกเลย เกือบหมดเวลาแล้ว ยังไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเลยสักกะตัว อาจารย์ก็เอาอีกแล้ว วันนี้ไม่รู้ไปกินยาอะไรมา ใจดีผิดปรกติ  "ครูให้เวลาเพิ่มถึงบ่ายโมงตรงนะคะ" T-T น้ำตาไหลพราก จะมาใจดีอะไรตอนนี้ หิวข้าวเฟ้ย น้ำสักหยดก็ยังไม่ตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า ตาลายไปหมด ก็เลยล้วงดูในกระเป๋าเผื่อมีอะไร... สวรรค์ทรงโปรด มีสาหร่ายซิลิโกะเหลืออยู่ 2 แผง 5555 ข้อสอบไม่สนแล้วจัดการโซ๊ยมันวะตรงนั้นแหละ พอประทังชีวิตไปก่อนได้กำลังกลับคืนมานิดหน่อย ก็เลยนั่งปั่นข้อสอบต่อ เนื่องจากตั้งแต่เที่ยงจนถึงเที่ยงสี่สิบห้า ไม่ได้เพิ่มอะไรลงไปเลย ก็เลยใช้มุขเดิมครับของถนัด โม้ไปเรื่อยเปื่อยขอให้เต็มๆหน้ากระดาษทุกข้อก็เป็นอันใช้ได้ 555 และแล้วก็เสร็จครบทุกข้อ พร้อมกับหมดเวลาพอดี รู้สึกดีใจอะไรเช่นนี้แบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนได้กลับมาสู่อิสระภาพอีกครั้ง จากนั้นก็ชิ่งไปกินข้าวทันที เพื่อนๆแต่ละคนบ่นอุ๊ปเลยว่าที่เก็งไว้ไม่มีออกเลย หุหุหุ โชคดีที่เราไม่ไปท่องอันที่เค้าเก็งๆ กันไว้

Posted by wisanu on Aug 27, '07 11:55 PM for everyone

 ฮือๆๆ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทำข้อสอบประมวลความรู้ไม่ค่อยได้เลยอ่ะ ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่าเนี่ย ขี้เกียจสอบใหม่อีกรอบอ่ะ แต่ว่าจะโทษใครได้เล่าก็ตัวเราเองนี่แหละที่ไม่ยอมอ่านหนังสือเลย อิอิ แต่ว่างานที่บริษัทช่วงนี้ก็เยอะจัง แถมอาจารย์ที่มหาลัยก็ให้การบ้านเยอะซะด้วยสิ บริหารเวลาได้ยากมาก แย่ๆๆ แล้วที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ ไม่ได้เล่นเกมส์มาสองสัปดาห์แล้วเนี่ย ยิ่งอ่อนๆอยู่ไม่ได้ซ้อมมืออย่างนี้ ก็โดนชาวบ้านเค้าอัดเละแหง๋มๆเลย หุหุหุ ไว้อาทิตย์หน้าค่อยฝึกปรือฝีมือกันใหม่ก็แล้วกัน แต่ว่าจะเล่นตัวอะไรดีหว่า สุดท้ายก็คงต้องเลือกหมีแพนด้ากระมัง หุหุหุ


Posted by wisanu on Jul 31, '07 10:12 PM for everyone

วันแรก

โอ้พระเจ้า....หลังจากที่ได้เตรียมตัวมาร่วมเดือนในที่สุดสิ่งที่เฝ้ารอมาตลอดก็มาถึงจนได้ ทริปแรกและทริปสุดท้ายของหน้าฝนปีนี้ นั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนนนนนนน  อิอิ เริ่มออกเดินทางจากบ้าน เมื่อเวลา 6.45 นาฬิกา หลังจากนั้นก็ไปรับหนู๋แอมที่บ้านโดยมีเจ้าคุณพ่อนั่งเฝ้าอยุ่หน้าบ้าน ตอนประมาณ 7 โมงกว่าๆ จากนั้นก็รีบใส่เกียหมา บึ่งเข้ากรุงเทพไปรับฮัททันที เพราะเกรงว่าจะสาย ไปถึงบ้านฮัทก็ประมาณ 8.10 แล้ว พอไปถึงก็ตรวจสอบข้าวของว่าครบกันหรือปล่าว ขาดเหลืออะไรบ้าง จะได้เอาจากที่บ้านฮัทไปเลย (หุหุหุหุ สบายเลยตู) กว่าจะได้ออกจากบ้านฮัทก็ 8 โมงครึ่งแล้ว เม้าท์แตกกันตลอดทาง พอไปถึงพระรามสอง ก็ส่งตัวเจ้าสาว (เอ้ยล้อเล่นนะจ๊ะนู๋แอม) เปลี่ยนแอมให้ไปนั่งรถอีกคันเพราะว่าน่าจะนั่งได้สบายกว่า แล้วต่างคนก็ต่างไป โดยมีจุดนัดพบคือ แยกหนองหญ้าปล้อง

ถึงแล้วหนองหญ้าปล้องแต่ก็ยังลังเลอยู่ว่าใช่ที่เดียวกันป่าวเนี่ย แต่กว่าจะมาถึงได้รถติดโคตรๆ ก็อย่างงี้แหละนะวันเสาร์อ่ะ คนเค้าออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเหมือนๆกัน มาถึงทางแยกก็ 11 โมงกว่าแล้ว สถานที่ต่อไปก็คือ ไปสักการะพระโพธิสัตย์กวนอิมพันมือ ทางเข้าจากปากทางถนนเพชรเกษมเนี่ย ดูใหญ่โตกว้างขวางมาก สงสัยเป็นถนนที่เพิ่งจะตัดใหม่ แต่พอไปได้สักสิบกว่ากิโล ก้ต้องชะงัก ถึงกับต้องอ้าปากค้าง โอ้...พระเจ้าจอช...มันยอดมาก ทางลูกรัง ไม่ใช่สิ ดาวอังคารต่างหาก หุหุหุ เวอร์ไปหรือปล่าวเนี่ย มีทั้งหลุมทั้งบ่อ ทั้งฝุ่น อย่างกับถนนแข่งวิบากยังไงยังงั้นแหละ ไอ้คันเราไม่เท่าไหร่นะเป็นรถกระบะ มันลุยได้อยู่แล้น แต่คัน Mr. เบนซ์ ซึ่งเป็นรถเก๋งนี่สิคร๊าบท่าน เกือบจะไม่รอดค่อยๆกะดึบๆ มาแต่น่าดีใจด้วยที่ได้เห็นทะเลหมอกก่อนชาวบ้านเค้า เพราะคันผมขับแซงนำไปก่อน ตะกุยทางจนฝุ่นตะหลบเลยนะสิ โทษทีครับลูกพี่ 5555

มาถึงพระโพธิสัตย์กวนอิมก็เที่ยงกว่าแล้ว ร้อนโครตๆ พระอาทิตย์ส่องกลางกระหม่อมเลยดิ มาถึงครับเจอก่อนเลยคนขายตั๋วรถรางสำหรับเที่ยวชมรอบสวน เราถามเค้าว่าไกลไหม เค้าตอบมาไกลแต่เดินได้เรื่อยๆ แต่มใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ไอ้เราไหนๆก็จะมาลุยอยู่แล้ว ก็เลย.....นั่งรถไปดีกว่า 5555 ก็แดดมันร้อนนี่หว่า แถมตัวดำขนาดนี้แล้วไม่อยากดำไปกว่านี้จนมองไม่เห็นแล้วหละ หุหุหุ และแล้วก็ได้นั่งรถรางซะที ขึ้นปุ๊บออกปั๊บ โอ้ยตายแล้ว อะไรกันนี่พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ออกมาเลี้ยวซ้ายแล้วก็เลี้ยวขวาผ่านสวนอะไรสักอย่างก็ถึงแล้วรึเนี่ย 10 บาทกรู -*- ไม่เป็นไรถือว่าช่วยทำบุญก็แล้วกัน เหอๆๆ วันนี้วันเข้าพรรษาด้วยสิ แต่ว่าสวนนี่ก็กว้างพอสมควรนะเดินเที่ยวได้เรื่อยๆถ้าใครชอนนะ แต่ข้าพเจ้าคิดว่ารีบเดินกันดีกว่าอย่าอยุ่นานเลย มันร้อน ไม่ใช่เพราะอยู่ใกล้พระเลยร้อนนะ แต่นี่มันเดินกลางแดดนี่แหละ เพิ่งเข้าใจเวลาที่ผีมันโอนสาดน้ำมนต์ก็วันนี้นี่แหละ มันแสบมันร้อนอย่างงี้นี่เอง อิอิ ดูนาฬิกา ตายห่าบ่ายโมงกว่าแล้วเหรอเนี่ยข้าวก็ยังไม่ได้กินแถมยังไม่ได้เข้าที่พักอีก เอาไงดี แถวนี้ก็ไม่มีอะไรให้กินด้วยสิ ก็เลยตกลงกันว่าไปกินปลาริมเขื่อนกันดีกว่า แล้วก็โทรไปแจ้งอุทยานว่าจะเข้าที่พักสายหน่อยแล้วก็เดินทางต่อ อย่างมีความสุขบนเส้นทางสายลูกรัง 555 แต่ว่าได้ถ้าเป็นอย่างงี้ตูดระบบแน่และกว่าจะถึงก็เย็นกันพอดี ไปถามทางชาวบ้านกันดีกว่า ส่งนายอัดพระเอกขี่ม้าขาวไปถามมาให้ ก็ได้ความว่าทางลาดยางอ่ะก็มีแต่อ้อมกว่าทางนี้หน่อย แต่คำนวณดูแล้วคาดว่าใช้เวลาพอๆกันหรืออาจจะน้อยกว่าด้วยซ้ำก็เลยไปทางลาดยางดีกว่า...

และแล้วก็มาถึงจนได้เขื่อนแก่งกระจานที่รัก หิวจนตาลายแล้ว ร้านอาหารเต็มไปหมดเลย นุ่นก็น่ากินนี่ก็น่ากิน น่ากินไปเสียหมด ในที่สุดก็เลือกร้านได้แล้วชื่อร้านชายหาด ได้เวลาสั่งอาหารแล้ว มาเที่ยวเขื่อนก็ต้องสั่งปลาสิคร๊าบ เค้าว่ากันว่าปลาเขื่อนนี่รสชาติดีที่สุด มีเมนูปลาไม่กี่ชนิดเอง ปลานิล ปลาเห็ดโคน ปลาตะกับ ก็เลยเลือกปลานิลทอดมาลองดู โอ้โห ตัวเป้งโคตร กว้างกว่าสองฝ่ามืออีกอ่ะ เนื้องี้แน่นและนุ่มแถมยังหวานอีกต่างหาก วันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าปลาเขื่อนรสชาติดดีจริงๆ ส่วนอาหารอื่นๆก็อร่อยดีรสชาดถือว่าใช้ได้ทีเดียวเลยแหละ แต่อย่าได้สั่งอะไรที่มีส่วนประกอบของพริกล่ะ เพราะอย่ารสชาติเผ็ดถึงทรวงเลยทีเดียวเชียวแทบพ่นไฟได้เลย ก็เลยต้องดับความเผ็ดร้อนด้วยแอลกอฮอล์ อิอิ แค่ซ้อมๆก่อนยังไม่เอาจริงหมดไปเกินครึ่ง พออิ่มแล้วก็ชักเริ่มง่วงแล้วสิ แต่ว่าด้วยเวลามีน้อยจะมัวมานอนไม่ได้ถ้าอยากนอนก็ค่อยกลับไปนอนที่บ้าน ถึงบ้านพักแล้ว ข้างนอกอาจจะดูเก่าไปนิดแต่ภายในถือว่าโอเคเลย ต่างคนก็จัดแจงสัมพาระของตัวเองไป แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย สักพักก็มีนายหน้ามาขายทริปล่องแก่ง ด้วยความเสี้ยนอยากลองของ ก็เลยตกลงไปกันหมดเลย พอไปถึงต้นเขื่อน โหน้ำไหลแรงพอสมควรแล้วก็ขุ่นนิดหน่อย สงสารก็แต่หนูแอมนี่แหละกลัวว่าจะ วิบากเกินไปแล้วแผลผ่าตัดก็ยังไม่หายดี ก็เลยต้องอดไปกับชาวบ้านเค้า  แต่ปรากฏว่าน้ำแรงก็จริงแต่ไม่มีแง่งหินหรือความน่ากลัวอะไรเลยแค่ไกลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เซ็งเลย แต่ก็ไปกระโดดน้ำเล่นชดเลยแทน อิอิ ไปแย่งเด็กเค้าเล่นกัน แบบว่าไปเป็นฝูงเลย หุหุหุ สนุกไปอีกแบบ

กลับมาที่บ้านพักทั้งเหนื่อยทั้งหิว แต่ก็ยังไม่มีอะไรให้กินเพราะคืนนี้ตามแผนการแล้วจะทำทะเลปิ้งย่างและบาบีคิวกินกัน แต่ละคนก็รีบเตรียมอาหารกันใหญ่เลยเพราะหิวอยากกินไวๆ เริ่มตั้งแต่พนักงานก่อไฟ ซึ่งคาดว่าใช้คนเกือบทั้งหมดในการก่อไฟครั้งนี้อันได้แก่ไอ้ก็อบ ไอ้ฮัท นายเบนซ์และนายอัด คลุ๊กกันอยู่นานพอควร และแล้วก็สำเร็จจนได้ ส่วนตัวข้าพเจ้าก็เตรียมบาบีคิวโดยมีลูกมือคนสวย 2 คนคือหนูตูนกับหนูแอม ก็เลยทำให้งานเสร็จไวขึ้น และแล้วมือย่างอันดับ 1 ของประเทศก็มารับหน้าที่ต่อ เจ้กบนี่เอง ย่างได้อย่างไม่เหน็ดเหนือยทั้งกุ้งทั้งหมึกทั้งปลา ส่วน Mr. อัดก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านหอย...แครง (อย่าคิดมากนะครับ) มือลวกหอยของบ้านนี้เลยครับขาดไม่ได้ ทำไปกินไปสนุกดีแล้วก็อิ่มด้วย 5555 พุงกางไปเลย ตกดึกก็ไม่วายกลัวหัวสมองจะว่างเว้นก็คำนวนเลขกันหน่อย สงสัยกระผมจะตกเลย ไม่ได้กินไรกับเค้าเลยเสียไพ่ตลอด 555 ถือว่าซ้อมมือกันลืมวิธีเล่นก็แล้วกัน หุหุหุ  ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบนอนเพราะต้องตื่นแต่เช้านะจะโกยเงินพวกพี่ท่านมาให้หมดเลย 555

วันที่สอง

โอย......อะไรกันเนี่ยนาฬิกาปลุกแต่เช้าเชียว รู้สึกว่านอนได้นิดเดียวเอง ตี4 ซะแล้วตื่นคนแรกต้องรีบทำเวลาหน่อยกลัวไปไม่ทันตี 5 เวลาเปิดให้ขึ้นชมบนตัวอุทยานที่พะเนินทุ่ง จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าจะอาบน้ำแปรงฟันแต่ว่าน้ำไม่ไหล ทำไงดีเนี่ยออไปแปรงข้างนอกเอาน้ำกินมาแปรงก่อนก็ได้แล้วค่อยว่ากันแต่ว่าข้าศึกโจมตีนี่สิ มันเริ่มเข้ามาประชิดเรื่อยๆแล้ว โอ้ย ไม่ไหวแล้วน้ำไม่ไหลก็ช่างมันแต่ยังมีเหลืออยู่ในชักโครกก็ยังดีวะ ตื่นก่อนคนอื่นก็ได้ปรียบอย่างงี้แหละคร๊าบ พอเริ่มตื่นนอนกันหมดด้วยเสียงโวยวายของนู๋ตูนเรื่องน้ำไม่ไหลแล้วเคาะเรียกทุกห้องก็ออกไปเรียงแถวกันหน้าสลอนเพื่อแปรงฟันเตรียมตัวได้สักพัก ก็มีรถมารับแล้ว โอ้โห เป็นรถ 4x4 เชียวนะเนี่ยแต่ว่าเป็นกระบะมีเบาะนั่งอยู่ตรงกลางหันหลังชนกัน..อืมก็ยังดีแต่ว่าข้างนอกบ้านนี่มันมืดมากเลยอ่ะ อากาศก็ดีอยากกลับไปนอนบนเตียงจังเลย ได้ขึ้นรถก็ตี5 กว่าๆ นั่งรถไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงปากทางเข้าอุทยานทุกคนดีใจกันใหญ่แต่ปรากฏว่ามันเป็นเพียงแค่ตีนเขาอีกประมาณ 30 กว่ากิโลถึงจะเป็นจุดหมายของเรา ทั้งมือทั้งเย็น มีรถตามตูดพวกเรามา 5-6 คัน แต่ไปก่อนหน้าเราเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ทางทั้งลาดชันแล้วก็ขรุขระด้วยตูดระบบหมดเลย ส่วนเครื่งในไม่ต้องพูดถึงปั่นผสมกันหมดแล้ว บางคนถึงขั้นเครื่องในหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว 555 ข้ามเขาได้สัก3-4 ลูกก็ถึงบ้านกร่าง เป็นจุดตั้งแคมป์จุดแรกของอุทยานได้พักก้นสักพัก ไปเข้าห้องน้ำยืดเส้นยืดสายเตรียมเดินทางต่อ แล้วก็ได้มาเจอกับพี่ทูน เจ้าหน้าที่ป่าไม้อีกคนที่อาสามาขับรถให้พวกเราแทนพี่คนเก่าเพราะพี่เค้าติดธุระ ปรากฏว่าพี่แกขับรถได้ใจมากลุยกว่าพี่คนแรกเสียอีก อาจเป็นเพราะสภาพถนนด้วยแหละมั้งเลยเป็นแบบนี้ ถนนก็วิ่งได้แค่เลนส์เดียวแถมยังชันอีกต่างหาก มีทั้งต้นไม้โค่นข้างทาง กิ่งไม้ต่ำๆบ้าง มีลำธารไหลผ่านบ้าง เหมือนกำลังไปผจญภัยเลย มันส์ดี ไปได้สักพักก็ต้องติดแหง๊ก เพราะมีรถข้างหน้าไม่สามารถไปต่อได้เพราะทางมันชันมากแล้วก็ถนนไม่ค่อยดีนักจึงทำให้คันที่อยู่ข้างหลังไปต้องพลอยลำบากไปด้วย ดีนะเนี่ยที่ฝนไม่ตกไม่งั้นถนนคงลื่นน่าดู แต่ก็ยังดีทีตรงที่ติดแหง็กอยู่นี่สามารถมองเห็นทะเลหมอกอยู่ไกลๆพอแก้เครียสไปได้บ้างสักพักก็มีคนไปเคลียร์พื้นที่ให้ รถคันไหนที่ไปไม่ไหวก็ให้ชิดขอบทางไปเพื่อที่จะให้คันที่พร้อมขั้นไปได้ ก็มีหลายคันเหมือนกันที่เดินมาดูเส้นทางแล้วก็ Say good bye ส่วนพี่ทูนของเราไม่ต้องเป็นห่วงใจเกินร้อยอยู่แล้ว ตะบึงห้อขึ้นไปเลย โดยไม่สนใจใคร พอเราผ่านจุดที่รถติดไปได้ก็พบกับความจริงที่ว่า ถนนมันโดนน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาเซาะเป็นแนวลึกพอควรตรงกลาง แล้วทางก็ชันมาก ขึ้นไปประมาณกิโลกว่าๆและเป็นโค้งหักศอกซะเยอะจึงพอมีทางลาดบ้าง เป็นอย่างงี้ไปประมาณ 10 กว่ากิโลกก็มาถึงพะเนินทุ่งเสียทีทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อย แต่พอได้เดินขึ้นไปที่จุดชมวิวก็หายเหนื่อยทันทีเพราะภาพที่ได้เห็นมันสวยงามมาก มองเห็นทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตาเลย มองดูแล้วเหมือนก้อนสำลีที่ใหญ่มากๆ ท่าทางจะนุ่มนะแต่ไม่กล้าพิสูจน์อิอิ ว่าจะลองกระโดดลงไปดู 555 อากาศก็เย็นสบายสูดได้เต็มปอดเลย ตื่นเต้นมาก สนุกกับการถ่ายรูปกันใหญ่เลยแต่ละคน มีแต่เราคนเดียวที่มัวแต่เดินถ่ายอะไรก็ไม่รู้เลยไม่มีรูปเดี่ยวกับเค้าเลย ฮือๆๆๆ สักพักพี่ทูนก็มาเรียกให้ขึ้นรถเพื่อจะไปยังจุดต่อไป นั่นก็คือเรือนรับรองพระเทพและผู้ติดตามนั้นเอง อากาศก็ดีเหมือนกันและดูเป็นส่วนตัวมาก คนไม่ค่อยพลุกพล่านเพราะคนส่วนใหญ่าเค้าจะไปจุดอื่นที่ไกลๆกว่านี้กันต่อ แต่ด้วยที่ว่าเรามีเวลากันจำกัดเพราะต้องกลับกันวันนี้และต้องไปเช็คเอาท์ตอนเที่ยงก็เลยไม่ได้ไปดูน้ำตกทอทิพย์เลย อิอิ ถึงมีเวลาอีกวันก็ยังไม่อยากไปต่อแล้วเพราะทางที่ผ่านมาก็ทุลักทุเลพอสมควรถ้าไปอีก 10 กว่ากิโลบนเส้นทางอย่างนี้ก็แย่แน่ๆเลย หุหุหุ ก็เลยเดินเล่นรอบๆพระตำหนัก เพื่อรอเวลาที่เค้าปล่อยให้รถลงจากเขาได้ พี่ทูนแกก็ชวนดูนั่นดูนี่ เล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะไปหมด แต่ก็น่าสนใจดีดูพี่แกลุยๆน่าดู แถมยังบอกว่าถ้ามีเวลาก็มาหลายๆวันหน่อยจะพาไปเดินป่าไปนอนตั้งแคมป์ในป่าเลย น่าสนใจแหะแต่คงต้องชวนเพื่อนชุดอื่นเพราะชุดนี้ท่าทางไม่ค่อยทนลำบาก ต้องหาขาลุย เหอๆๆ สักวันต้องได้เจอกันแน่น้ำตกทอทิพย์ที่รัก

หลังจากนั่งเล่นกันเรื่อยเปื่อยจนถึงเวลา 10 โมงแล้วได้เวลาลงแล้ว เหอๆ เริ่มง่วงนอนกันแล้วแต่ละคนตาปรือกันทั้งนั้น ออกไปได้สักพักก็ต้องถึงกับกรี๊ด......แดดออกแล้วแรงด้วย นั่งกระบะหลังด้วยสิ ร้อนตายห่า แต่ก็ยังดีมีร่มไม้เป็นระยะๆ แต่พอนึกถึงตอนที่ออกจากเขาไปบ้านพักนี่สิ ทางโล่งตลอดเลย จะบ้าตาย ระหว่างทางกลับลงมาจากเขาก็มาพักที่บ้านกร่างอีกครั้งไปเดินดูผีเสื้อกัน มีหลากหลายสีเลย นี่ขนานพี่ทูนบอกว่าน้อยยังมีตั้งขนาดนี้ ถ้าจุดที่เป็นจุดชมผีเสื้อจริงๆคงเยอะน่าดู ส่วนฮัทก็ขอตัวไปเดินหาหมวกซึ่งได้ถูกกิ่งไม้เกี่ยวตกใกล้ทุ่งกร่างเมื่อตอนขามาก็หวังว่ามันจะยังคงอยู่นะ คนอื่นๆก็สะลึมสะลือนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นรอพี่ทูนที่ไปทำธุระอยู่ สักพักฮัทก็กลับมาพร้อมกับวัตถุสีน้ำตาลใจมือ สิ่งนั้นก็คือหมวกนั่นเอง มันมีความพยายามมากเหอๆๆ ดีนะที่ไม่โดนรถเหยียบเพราะมันหล่นอยู่ตรงกลางพอดี แล้วพี่ทูนแกก็พากลับ แล้วสิ่งที่กลัวก็มาถึงนั่นก็คือแสงแดดอันเร่าร้อนนี่เอง ลงมาจากเขาก็เป็นถนนปกติไม่มีต้นไม้คลุม ร้อนมากๆ.... แต่ด้วยความอ่อนเพลียก็หลับๆตื่นๆมาเรื่อย ร้อนไม่ร้อนก็ไม่สนแล้วละครับงานนี้ มาถึงบ้านพักเที่ยงครึ่ง ก็จัดแจงแยกย้ายกันไปอาบน้ำ บางคนก็ต้มน้ำเตรียมไปสำหรับรับประทานอาหารมื้อพิเศษนั้นก็คือ มาม่า นี่เองที่อยู่คู่วิถีชีวิตคนไทยมานานแสนนาน 555 พอกินกันเสร็จก็ไปเช็คเอาท์ แล้วก็ไปตะลอนสันเขื่อนสักหน่อย ที่ต้องบอกว่าสักหน่อยก็เพราะว่ามันร้อนมากแดดยามบ่ายลงไปถ่ายรูปสัก 2-3 รูปก็กลับขึ้นรถกันแล้วเข้าไปในเมืองเพชรเพื่อซื้อของฝาก ไปถึงเพชรประมาณบ่าย 2 กว่าๆ ก็แวะที่ร้านแม่กิมลั้ง  ต่างคนก็ต่างเลือกซื้อกันอย่างเมามัน แต่เรานี่สิไม่รุ้จะซื้ออะไรดี ก็เลยไปหยิบอลัวกับขนมผิงมา 2-3 ถุง พร้อมกับเดินชิมซะรอบร้านเลย 555 อิ่มอีกรอบ ออกมาก็บ่าย 3 ก็กลับกรุงเทพกัน นัดเจอกันอีกทีที่พระราม 2 รถโคตรติดเลย คนเค้ากลับจากวันหยุดยาวเหมือนกัน แน่นมาก กระดึบๆมากว่าจะถึงพระราม 2 ก็ 6 โมงกว่าๆแล้วรถก็ยังติดเหมือนเดิม กว่าจะเข้าถึงกรุงเทพก็คงดึกน่าดูคงลำบากแน่ถ้าต้องขึ้นรถทัวร์กลับเอง แต่ว่าสวรรค์ยังมีตา อิอิ พ่อกับแม่มากรุงเทพพอดีก็เลยโทรไปจองคิวซะเลย หุหุหุ ให้ไปส่งลูกชายสุดที่รับกลับชลบุรีด้วย อิอิ ขอร้องแกมบังคับ โดยนัดแม่ไว้แถวๆบ้านฮัทย่านรามอินทรา ไปถึงบ้านฮัทก็ 2 ทุ่มกว่า นั่งรอแม่ก็นานพอสมควรเพราะมั่วทางกันอยู่กว่าจะมาเจอกันได้ก็ 3 ทุ่ม เลยรีบบึ่งกลับชลบุรีทันที ไปถึงก็ 4 ทุ่มหน่อยๆไปส่งตูนที่หอเสร็ก็พาพ่อกับแม่ไปกินข้าวที่ร้านน้าปุ๊ ซื้อผลไม้นิดหน่อย ปรากฏว่าพ่อไม่นอนด้วยเพราะไม่อยากตื่นเช้าไปส่งพี่สาวที่กรุงเทพ พ่อก็เลยกลับไปนอนที่กรุงเทพเลย ฮือๆๆ บาปไหมเนื่ยให้พ่อกับแม่เหนื่อย อิอิ ไว้โอกาศหน้าจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวด้วยนะครับ ....

ปล. พี่ทูนเค้าให้เบอร์ติดต่อไว้เผื่อได้มีโอกาศไปเที่ยวอีก

  089-7449494 อันนี้เป็นเบอร์ของหัวหน้าเค้าชื่อพี่เด๊ะ(ประพันธุ์)

  032-467013 อันนี้เป็นเบอร์ของอุทยาน ขอสายพี่ทูนอีกที

 


Posted by wisanu on Jun 28, '07 10:21 PM for everyone
  เห้อกลุ้มใจเป็นอะไรกันนักเนี่ยเรา เหงือกบวมทรมานสุดๆ เคี้ยวข้าวก็ไม่ด้ปวดมากๆเลยเป็นมา 2 วันแล้ว  จะใช้อีกข้างก็ไม่ถนัดเพราะตั้งแต่ถอนฟันกรามไปก็ไม่เคยใช้ฟ้นข้างนั้นเคี้ยวข้าวอีกเลย เพราะไม่มีฟันเคี้ยวข้าวแล้ว แล้วทีนี้จะกินข้าวยังไงดีเนี่ย ผอมตายแน่เลย  วันนี้กะว่าเลิกงานแล้วจะไปหาหมอสักหน่อย ไม่รู้ว่าหมอจะทำอะไรบ้างนะกลัวจัง บรึ๊ย...คิดแล้วสยอง แหะๆๆ แล้วที่แย่ไปกว่านั้นจะหมดไปกี่ตังส์กันละเนี่ย เดือนนี้ยิ่งจนๆอยู่ ต้องเตรียมเงินไปจ่ายค่าเทอมด้วยสิ เห้อกลุ้ม สงสัยคงต้องรบกวนหม่อมแม่ก่อน แล้วค่อยผ่อนจ่ายจะดีกว่ามั้ง 5555 ทำไงได้ก็คนมันไม่มีเงินนี่หว่า

Posted by wisanu on Jun 9, '07 11:10 AM for everyone

กะแล้วเชียว ว่าวันนี้ต้องตื่นสายแน่ๆเพราะหนังการ์ตูน กับ season chang เป็นเหตุแท้ๆเลยเนี่ย ก็เมื่อวานไปเที่ยวตลาดนัดมาซื้อกล้วยไม้มาเพียบ กลับมาถึงบ้านก็ดึกแล้วครับท่าน สักห้าทุ่มได้ อาบน้ำเสร็จก็เปิดโน๊ตบุคทันทีค้นไปค้นมาเจอหนังการ์ตูนกับ season change ที่ก็อปปี้มาไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้ดูสักที กว่าจะดูจบทั้งสองเรื่องก็ตี 3 แล้วแย่เลย เลยบอกต้วเองให้รีบนอนเพราะมีเรียนแต่เช้า พอหัวถึงหมอนก็หลับทันทีเลยครับท่าน หลับสบายเสียด้วยสิ ตื่นมาอีกทีก็นาฬิกาปลุกนี่แหละ แต่ว่ามันปลุกเช้าเกินไปก็ขอนอนต่ออีกซักนิดก็มันนอนดึกนี่หว่า หุหุหุ และแล้วก็ตื่นแต่ว่า...............นี่มันจะ สิบโมงเช้าแล้ว เหอๆๆ ตัดใจซะเถอะโดดเรียนไปเลยดีกว่าไปให้อาจารย์ด่า อิอิ ใจหนึ่งก็อยากโดดอยู่แล้วด้วย

หลังจากเสด็จออกจากที่นอนได้ก็นึกขึ้นได้ว่ากล้วยไม้ที่ซื้อมาเมื่อวานมันยังไม่ได้ปลูกเลยนี่หว่า แบบว่าซื้อมาเป็นกิ่งพันธุ์อ่ะ ก็เห็นมันถูกดีก็เลยลงไปจัดการกับกล้วยไม้แสนรักซะหน่อย พอนั่งๆคัดแยกกิ่งพันธุ์ไปๆมาๆ เหอๆๆ ทำไมมันเยอะจังวะ จะมีที่ปลูกไหมละเนี่ย แต่ด้วยความสามารถของกระผม ก็เลยจับยัดๆกันเข้าที่เข้าทางได้หมดเว้นแต่ไอ้เจ้าต้นกะเรกะรังนี่แหละไม่มีที่ปลูกก็เลยฝากไว้กับกอเฟิร์นยักษ์ไปก่อนเพราะเห็นว่ามันชื้นๆก็น่าจะอยู่ได้แหละน่า พอจัดการกับเจ้าพวกนี้เสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว ก็เลยอาบน้ำไปเรียนตอนบ่ายดีกว่าเดี๋ยวจะโดนอาจารย์ด่าเอา หุหุหุ


Posted by wisanu on Jun 2, '07 11:58 AM for everyone
เห้อ.... เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แบบว่ามันเหนื่อยจัดเลยอ่ะวันนี้ ไปช่วยแฟนตาโด่งย้ายหอที่เมืองกรุง (กทม.) ขนของขึ้นลงหลายรอบเลยทีเดียว เหนื่อยก็ไอ้ตรงที่ว่าหอมันไม่มีลิฟต์นี่สิ ขึ้นลงชั้นสี่ไปซะหลายรอบเลย -*- เหงื่อแตกเหงื่อแตนเลย แต่ว่าก็สนุกดีเพราะว่าวันนี้ไปเจอพริ๊ตตี้สาว DTAC แจ่มๆเพียบ 5555 แต่ว่าเสียตังไปตั้ง 98 บาทค่า sim card 2 อันเพราะหลงคารมสาวเจ้า อิอิ แต่ว่าลืมขอเบอร์มานี่ดิแย่เลย ไม่เป็นไรไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันเนอะ

Posted by wisanu on May 31, '07 8:03 AM for everyone

อืมวันนี้ก็ได้หยุดอยู่บ้านอีกวัน ตั้งใจว่าจะตื่นไปใส่บาตรแต่เช้าสักหน่อยแต่ดันตื่นมาปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อซะนี่ ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงครึ่งซะแล้ว 5555 ก็ไม่เป็นไรรอไว้ไปเวียนเทียนแทนก็แล้วกันนะ

วันนี่ว่างจัดก็เลยจัดแจงต่อท่อประปาขึ้นดาดฟ้า แต่ว่าต่อยังไม่เสร็จเลยเพราะมันติดที่หลังบ้านนี่สิ มันมีรูอยู่นิดเดียวแถมยังแคบอีกต่างหาก ก็เลยว่าเอาไว้วันเสาร์ค่อยมาทำต่อ คงต้องมีปีนหลังคาหลังบ้านกันแล้วหล่ะครับท่าน ด้วยเหตุนี้เองโครงการสวนบนดาดฟ้าก็ยังไม่สำเร็จสักที เพราะยังไม่มีน้ำเตรียมไว้รดต้นไม้ครับ

พอตกเย็น แย่แล้วสิลืมไปว่าซักผ้าไว้อยู่ในเครื่องซักผ้าตั้งแต่บ่าย กะว่าจะไปตากผ้าฝนก็ดันตกมาได้นานด้วยสิ สรุปแล้วก็ไม่ได้ตากผ้า แถมยังไม่ได้ไปเวียนเทียนด้วยดิ แย่เลยเรา ไม่เป็นไรเอาไว้ใส่บาตรพรุ่งนี้เช้าก่อนไปทำงานดีกว่า หวังว่าคงไปทันขึ้นรถรับส่งนะ แหะๆๆ


Posted by wisanu on May 29, '07 2:03 AM for everyone
ไม่รู้ว่าใช้งานอย่างไรนะ ลองมั่วๆดูก่อนละกัน หุหุหุ ไว้มืออาชีพกว่านี้ก่อนนะแล้วค่อยปรับแต่งให้สวยงาม แต่ว่าทำไม upload รูปขึ้นไม่ได้เลยหว่า มัน error ตลอดเลย

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help